หมู่บ้านญี่ปุ่น อดีตที่ถูกเก็บรักษาไว้เหนือการเวลา…!!!

จากทั่วประเทศญี่ปุ่นมายัง มิงคะเอ็น แห่งนี้ ในปี 1965 และปัจจุบันก็ยังคงอนุรักษ์สิ่งก่อนสร้างในอดีตไว้ทั้งหลายหลัง รวมถึงเครื่องมือเครื่องใช้ในอดีตที่ถูกเก็บรักษาไว้ในบ้านแต่ละหลัง เพื่อผู้เยี่ยมชมได้รำลึกถึงเรื่องราวและวิถีชีวิตในอดีต มีกี่เหตุผล ที่ทำให้คุณหลงรักประเทศ ญี่ปุ่น บางคนชอบเดินทางไปเพื่อกิน บางคนชอบเดินทางไปเพื่อช็อปปิ้ง บางคนชอบเดินทางไปเพื่อเพียงอยากสัมผัสดินแดนอาทิตย์อุทัย สักครั้งในชีวิต แต่ครั้งนี้เราจะพาทุกคนเปลี่ยนบรรยากาศหมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณ ความเจ๋งอีกอย่างคือโครงสร้างของตัวหลังคาที่ไม่ได้ใช้ตะปูสักตัว โดยบ้านทั้งหลังสร้างจากวัสดุทางธรรมชาติ แถมยังหันหน้าไปทางเดียวกับตามทิศทางลมเพื่อความอบอุ่นในหน้าหนาวและเย็นสบายในหน้าร้อน ลักษณะโครงสร้างบ้านแบบนี้ ถือเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมที่ชาวญี่ปุ่นภาคภูมิใจและร่วมกันอนุรักษ์ไว้ กลายเป็นอีกหนึ่งหมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณแห่งหนึ่งที่ได้รับการขึ้นทะเบียนป็นมรดกโลก และในปี ค.ศ.2015 นี้ จะครบรอบ 20 ปีพอดี สำหรับการได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของหมู่บ้านที่มีโครงสร้างแบบกัสโชสึคุริในโกคายามะ ซึ่งจะมีอยู่ด้วยกัน 2 หมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในหุบเขาเดียวกัน

หมู่บ้านญี่ปุ่น เป็นที่รู้จักกันดีถึงความสวยงามของ หมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณ ที่สะท้อนให้เห็นถึงการออกแบบและการก่อสร้างของชาวญี่ปุ่น ที่แสดงออกถึงการอนุรักษ์สิ่งก่อสร้างที่มีคุณค่าในอดีตได้อย่างชัดเจน โดยเมืองคาวาซากิ ได้เริ่มทำการย้ายสิ่งก่อสร้างต่างๆ จากทั่วประเทศญี่ปุ่นมายัง มิงคะเอ็น แห่งนี้ ในปี 1965 และปัจจุบันก็ยังคงอนุรักษ์สิ่งก่อนสร้างในอดีตไว้ทั้งหลายหลัง รวมถึงเครื่องมือเครื่องใช้ในอดีตที่ถูกเก็บรักษาไว้ในบ้านแต่ละหลัง เพื่อผู้เยี่ยมชมได้รำลึกถึงเรื่องราวและวิถีชีวิตในอดีต มีกี่เหตุผล ที่ทำให้คุณหลงรักประเทศ ญี่ปุ่น บางคนชอบเดินทางไปเพื่อกิน บางคนชอบเดินทางไปเพื่อช็อปปิ้ง บางคนชอบเดินทางไปเพื่อเพียงอยากสัมผัสดินแดนอาทิตย์อุทัย สักครั้งในชีวิต แต่ครั้งนี้เราจะพาทุกคนเปลี่ยนบรรยากาศหมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณ

วันนี้เราขอแนะนำ 5 หมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และยังได้รับกลิ่นอายในบรรยากาศเก่าๆ ของญี่ปุ่นในสมัยโบราณ พร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

  1. หมู่บ้านญี่ปุ่น มิซาว่า (The Misawa House) บ้านหลังนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 ในย่านเมืองเก่าของจังหวัดนากาโน่ เป็นที่อยู่อาศัยของคุมิกาชิระ หรือคณะผู้นำหมู่บ้านมาหลายยุคสมัย และยังถูกใช้เป็นร้านขายยาในอดีตอีกด้วย สำหรับโครงสร้างการออกแบบนั้นมีลักษณะค่อนข้างแข็งแรงและเป็นแบบดั้งเดิม ซึ่งสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของลักษณะเฉพาะของชาวท้องถิ่น ดังหลักฐานที่ปรากฏ เช่น หลังคาที่วางด้วยหิน เป็นต้น
  2. หมู่บ้านญี่ปุ่น Nagiso-cho (南木曽町), จังหวัด Nagano, ภูมิภาค Chūbu เป็นหมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น โดยมีอาคารมากมายที่ยังหลงเหลือมาตั้งแต่ยุคเอโดะ(Edo)ที่รุ่งเรืองของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเรียกย่านเมืองเก่านี้ว่า Tsumago-juku ซึ่งมีบรรยากาศที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงในแต่ละฤดูกาล ตั้งอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านญี่ปุ่น Kiso ทำให้มีบรรยากาศที่คล้ายๆกัน ถ้าใครได้มีโอกาสมาเที่ยวจังหวัดนากาโน่ก็ลองเลือกการเดินทางมาเที่ยวชมหนึ่งใน 2 หมู่บ้านญี่ปุ่นนี้ก็ได้
  3. หมู่บ้านญี่ปุ่น Yoshino-cho (吉野町), จังหวัด Nara, ภูมิภาค Kansai เป็นหมู่บ้านญี่ปุ่นที่อยู่บริเวณภูเขาโยชิโนะ ที่มีชื่อเสียงว่าเป็นหนึ่งในจุดชมซากุระที่สวยและมีจำนวนซากุระมากที่สุดของประเทศญี่ปุ่น แต่ก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะยากในการมาชมดอกซากุระ เพราะแต่ละปีมีช่วงเวลาบานที่สั้นและแตกต่างกันไปประมาณปลายเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนเมษายน แต่นอกจากการมาชมซากุระแล้ว ที่นี่ก็ถือว่าเป็นหมู่บ้านบนภูเขาที่เงียบสงบและสวยงามอีกแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น
  4. หมู่บ้านญี่ปุ่น Totsukawa (十津川村), จังหวัด Nara, ภูมิภาค Kasai เป็นหมู่บ้านญี่ปุ่นที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น แต่ 96% ของพื้นที่ทั้งหมดนั้นเป็นป่าเขาและลำห้วย ทำให้เป็นหมู่บ้านที่มีธรรมชาติกว้างใหญ่ และสวยงามมาก มีเส้นทางแสวงบุญที่คนญี่ปุ่นนิยมกันอยู่หลายเส้นทาง โดยเฉพาะเส้นทางของเทือกเขา Kii ซึ่งได้รับการลงทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ด้วย นอกจากนี้ก็ยังเป็นแหล่งออนเซนที่มีชื่อเสียงมากอีกแห่งหนึ่งของชาวญี่ปุ่น
  5. หมู่บ้านญี่ปุ่น Kiso-cho (木曽町), จังหวัด Nagano, ภูมิภาค Chūbu เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ที่น่าสนใจของจังหวัดนากาโน่ มีบรรยากาศบ้านเมืองเก่าของญี่ปุ่นที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม โดยมีโซนท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่ที่ถนนคนเดินเส้นโบราณที่ชื่อว่า Nakasendo รวมทั้งที่ราบสูง Kaida บริเวณเนินเขา Ontake ก็มีวิวทุ่งหญ้าสีเขียวที่เงียบสงบและสวยงามด้วย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *