เทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูงชินคันเซ็น…!!!

ชินคันเซ็น ชื่อเรียกอีกชื่อที่คุ้นหูกันดีสำหรับชินคันเซ็นนี้ก็คือ รถไฟหัวกระสุน (bullet train) ซึ่งเป็นความหมายของคำในภาษาญี่ปุ่นว่า ดังงัง เร็ชชะ ต่อมาชื่อนี้ได้นำมาเรียกเป็นชื่อเล่นของโครงการตั้งแต่ตอนเริ่มต้นปรึกษาหารือความเป็นไปได้ของโครงการในราวทศวรรษที่ 1930 ชื่อนี้ได้มาจากลักษณะของหัวรถจักรที่มีลักษณะคล้ายกับหัวกระสุนปืนและยังมีความเร็วสูงเหมือนกระสุนปืนนั่นเอง

คำว่า “ชินคันเซ็น” มีการนำมาใช้อย่างเป็นทางการเมื่อปี ค.ศ. 1940 เพื่อใช้เรียกเส้นทางทางเดินรถไฟโดยสาร/สินค้าจากกรุงโตเกียวไปยังชิโมะโนะเซะกิที่จะสร้างขึ้นในสมัยนั้น โดยการใช้พลังงานไอน้ำและหัวรถจักรไฟฟ้าที่สามารถเร่งความเร็วได้ถึง 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หลังจากนั้นสามปี รัฐมนตรีรถไฟได้ผลักดันให้เกิดโครงการขยายทางรถไฟไปสู่กรุงปักกิ่ง (โดยการเจาะอุโมงค์ผ่านคาบสมุทรเกาหลี) หรือยาวไปจนถึงสิงคโปร์เลยทีเดียว ไปจนถึงการสร้างทางรถไฟเชื่อมกับทางรถไฟสายไซบีเรียนของรัสเซียและทางรถไฟสายอื่น ๆ ของเอเชีย แต่ต่อมา แผนนี้ได้มีการยกเลิกในปี ค.ศ. 1943 และสภาวะของญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2 กำลังตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ อย่างไรก็ตาม โครงสร้างบางส่วนก็ได้รับการพัฒนาต่อ เช่น อุโมงค์บางส่วนได้มาการนำมาใช้สำหรับชินคันเซ็นในปัจจุบันนับตั้งแต่มีการสร้างครั้งแรกในช่วงสงคราม

ทำความรู้จักรถไฟ ชินคันเซ็น สาย Tokaido, Sanyo, Kyushu

-Tōkaidō Shinkansen เส้นทางวิ่ง จาก Tokyo ถึง Shin-Osaka

-Sanyō Shinkansen เส้นทางวิ่งจาก Shin-Osaka ถึง Hakata

-Kyushu Shinkansen เส้นทางวิ่ง จาก Hakata ถึง Kagoshima Chuo

เทคโนโลยีชินคันเซ็นในต่างประเทศ รถไฟที่ใช้เทคโนโลยีของชินคันเซ็นไม่ได้มีแค่ในญี่ปุ่นเท่านั้น

-รถไฟความเร็วสูงไต้หวัน วิ่งด้วยรถไฟซีรีส์ 700T ดำเนินการโดยบริษัทอุตสาหกรรมหนักคาวาซากิ

-รถไฟความเร็วสูงจีน นำเข้ารถไฟที่มีความเร็ว 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขนาด 8 ตอนจำนวน 60 ขบวน ซึ่งเป็นรถไฟซีรีส์ E2-1000 ชื่อว่า CRH -2

-Class 395 สร้างด้วยเทคโนโลยีของชินคันเซ็นโดยบริษัทฮิตาชิ นำไปให้บริการเป็นรถไฟความเร็วสูงสาย 1 ในสหราชอาณาจักร

ใครที่เคยไปประเทศญี่ปุ่นหรืออาศัยอยู่ที่ญี่ปุ่น ก็น่าจะเคยได้ใช้บริการรถไฟหัวกระสุนหรือชินคันเซ็นกันมาบ้างแล้ว ซึ่งล่าสุดทางบริษัท Central Japan Railway Company (JR Central) ก็ได้ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่ารถไฟหัวกระสุนรุ่นใหม่อย่าง Chuo Shinkansen กำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการ ซึ่งเราจะขอแนะนำข้อมูลเกี่ยวกับรถไฟสายนี้ให้ทราบกัน

ชูโอชินคันเซ็น (Chuo Shinkansen) คือ เวอร์ชั่นอัพเกรดของรถไฟชินคันเซ็นอันเลื่องชื่อของญี่ปุ่น โดยขบวน Nozomi นั้น มีความเร็วเฉลี่ยอยู่ที่ 218 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเคยทำสถิติสูงสุดถึง 319 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในการทดลองวิ่งเมื่อปี 1979 อย่างไรก็ตามชินคันเซ็นรุ่นใหม่นี้จะมีความเร็วสูงสุดถึง 500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยจะเปิดให้บริการเส้นทางระหว่างโตเกียวกับนาโกย่าภายในปี 2027 และจะเปิดให้บริการส่วนต่อขยายจนถึงโอซาก้าภายในปี 2045

รถไฟชินคันเซนเนี่ยจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆต่างกันตรงการแวะจอดตามสถานีต่างๆ มีรายละเอียดดังนี้

  1. โนโซมิ (Nozomi) : จะจอดเฉพาะสถานีหลักๆเท่านั้น อย่างเช่น Shinagawa, Shin-Yokohama, Nagoya, Kyoto และ Shin-Osaka เป็นต้น
  2. ฮิคาริ (Hikari) : จะจอดในสถานีหลักเหมือนกับโซมิ แต่มีเพิ่มเติมกับสถานีย่อยอีกหลายแห่ง
  3. โคดามะ (Kodama) : จะทำการจอดในทุกๆสถานีตลอดเส้นทาง อย่างต้นทางโตเกียวปลายทางโอซาก้าก็แวะจอดทั้งหมดประมาณ 16 สถานี

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *