หมู่บ้านญี่ปุ่นในไทย

หมู่บ้านญี่ปุ่นเป็นชุมชนชาวญี่ปุ่นในกรุงศรีอยุธยานั้น เริ่มมีขึ้นราวสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชาช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 21 โดยเริ่มต้นมาจากชุมชนเล็กๆของพ่อค้าเรือสำเภาชาวญี่ปุ่นซึ่งภายในหมู่บ้านนั้นสันนิษฐานว่ามีชาวญี่ปุ่นอยู่ 3 กลุ่มด้วยกันคือพ่อค้าโรนินหรือนักรบญี่ปุ่นที่เข้ามาเป็นทหารอาสาญี่ปุ่นในอยุธยาและชาวญี่ปุ่นที่นับถือศาสนาคริสต์เดินทางออกจากญี่ปุ่นเพื่อเสรีภาพในการนับถือศาสนา

ต่อมาได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระมหากษัตริย์พระราชทานที่ดินให้ตั้งหมู่บ้านที่ตั้งของหมู่บ้านญี่ปุ่นนี้ก็อยู่ในบริเวณที่ตั้งเดิมของชุมชนชาวญี่ปุ่นเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกริมแม่น้ำเจ้าพระยาทางตอนใต้ของเกาะเมืองโดยในสมัยนั้นฝั่งตรงข้ามแม่น้ำเป็นชุมชนชาวโปรตุเกสส่วนที่ติดกับด้านเหนือของหมู่บ้านญี่ปุ่นจะมีคลองเล็กๆคั่นเป็นชุมชนอังกฤษและชุมชนฮอลันดา

หมู่บ้านญี่ปุ่นจ.อยุธยา

ตามหาท้าวทองกีบม้าราชินีแห่งขนมไทยหนึ่งในตัวละครสำคัญของละครเรื่องบุพเพสันนิวาสนั่นก็คือแม่มะลิหรือชื่อตามประวัติศาสตร์ว่ามารีกีมาร์ (Marie Guimar) สตรีผู้ครองตำแหน่งท้าวทองกีบม้าที่ได้รับการยกย่องให้เป็นราชินีขนมไทยวันนี้เราจะพามาตามหาเธอกันที่หมู่บ้านญี่ปุ่นและศึกษาทุกเรื่องราวของชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาตั้งหมู่บ้านในสมัยกรุงศรีอยุธยาซึ่งมีสัมพันธ์ฉันมิตรกับประเทศไทยมายาวนาน

ย้อนอดีตกลับไปสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชาจุดเริ่มต้นของหมู่บ้านญี่ปุ่นมาจากชุมชนเล็กๆของพ่อค้าเรือสำเภาชาวญี่ปุ่นซึ่งภายในหมู่บ้านนั้นสันนิษฐานว่ามีชาวญี่ปุ่นอยู่ 3 กลุ่มด้วยกันคือพ่อค้าโรนินหรือนักรบญี่ปุ่นที่เข้ามาเป็นทหารอาสาญี่ปุ่นในอยุธยาและชาวญี่ปุ่นที่นับถือศาสนาคริสต์เดินทางออกจากญี่ปุ่นเพื่อเสรีภาพในการนับถือศาสนา

ต่อมาได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระมหากษัตริย์พระราชทานที่ดินให้ตั้งหมู่บ้านรอบนอกเกาะเมืองเหมือนชาติอื่นๆโดยตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำกับชุมชนชาวโปรตุเกสส่วนชุมชนอังกฤษและชุมชนฮอลันดาจะอยู่ทางด้านทิศเหนือของหมู่บ้านคั่นด้วยคลองเล็กๆและในสมัยนั้นจะมีหัวหน้าปกครองในกลุ่มตนเองซึ่งก็คือนากามาซายามาดาเป็นผู้มีอำนาจและเป็นที่โปรดปรานของสมเด็จพระเจ้าทรงธรรมมีบทบาทในการเชื่อมสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทยและญี่ปุ่นจนได้รับแต่งตั้งเป็นออกญาเสนาภิมุขต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชจนสิ้นชีวิตจากนั้นไม่นานหมู่บ้านญี่ปุ่นก็ถูกเผาทำลาย

ปัจจุบันนี้ที่ตั้งหมู่บ้านญี่ปุ่น (Japanese Village) ก็ยังตั้งอยู่ในที่ตั้งเดิมเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาในตำบลเกาะเรียนอำเภอสำเภอล่มจังหวัดอยุธยาเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยาจัดตั้งขึ้นโดยสมาคมไทย– ญี่ปุ่นร่วมมือกับนักวิชาการไทยและนักวิชาการญี่ปุ่นเพื่อรำลึกถึงชาวญี่ปุ่นผู้มีบทบาทสำคัญและมีความจงรักภักดีต่อราชสำนักสมัยกรุงศรีอยุธยาอีกทั้งเพื่อให้เป็นอนุสรณ์แห่งหมู่บ้านญี่ปุ่นเดิมด้วย

ด้านในมีอาคารจัดแสดงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างอยุธยากับต่างประเทศแบ่งออกเป็นอาคาร 9 ส่วนประกอบด้วยบอร์ดนิทรรศการการจัดแสดงสิ่งของและวีดีทัศน์ 3 ภาษาได้แก่

  1. ห้องวีดีทัศน์นำเสนอภาพรวมของพระนครศรีอยุธยาโดยอ้างอิงจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์และความคิดเห็นของนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์ทั้งไทยและญี่ปุ่น
  2. แผนที่เดินเรือมายังกรุงศรีอยุธยาแผนที่และภาพถ่ายทางอากาศความรุ่งเรืองของพระนครศรีอยุธยา
  3. แผนที่และภาพถ่ายทางอากาศแสดงความรุ่งเรืองของพระนครศรีอยุธยาจากอดีตสู่ปัจจุบัน
  4. ห้องจัดแสดงใต้ท้องเรือจำลองการขนสินค้านำเข้าและส่งออกในสมัยอยุธยา
  5. ห้องจัดแสดงเรื่องราวของชุมชนชาวต่างชาติในกรุงศรีอยุธยา
  6. ห้องจัดแสดงเรื่องราวของชุมชนชาวญี่ปุ่นในพระนครศรีอยุธยานำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการเข้ามาของคนญี่ปุ่นวิถีชีวิตความเป็นอยู่อาชีพศาสนารวมทั้งการลดจำนวนของชาวญี่ปุ่นซึ่งสืบเนื่องจากการปิดประเทศญี่ปุ่นในรูปแบบของแอนิเมชั่น
  7. ลำดับเหตุการณ์ความสัมพันธ์ไทย– ญี่ปุ่นแสดงด้วยตารางลำดับเหตุการณ์เปรียบเทียบเหตุการณ์โลกความสัมพันธ์ไทย– ญี่ปุ่นตั้งแต่พ.ศ. 1893 คราวตั้งอาณาจักรอยุธยาถึงปัจจุบัน

8 ห้องe-book

  1. เรือโบราณจำลองจัดแสดงแบบจำลองเรือโบราณที่มีหลักฐานว่าเข้ามาติดต่อกับพระนครศรีอยุธยา

ปัจจุบันสมาคมไทย– ญี่ปุ่นได้สร้างอาคารนิทรรศการและมัลติมีเดีย “ยามาดะนางามาซะออกญาเสนาภิมุขและท้าวทองกีบม้า” ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำภายในจัดแสดงเรื่องราวและหุ่นจำลองของนากามาซายามาดาขุนนางชาวญี่ปุ่นในราชสำนักอยุธยาที่กล่าวถึงไปแล้วในเบื้องต้น

อีกมุมหนึ่งก็มีเรื่องราวและหุ่นขี้ผึ้งของท้าวทองกีบม้า (มารีดอญากีมาร์เดอปีนา) ซึ่งเป็นชาวอยุธยาลูกครึ่งเชื้อสายโปรตุเกส-ญี่ปุ่นอาศัยอยู่ในหมู่บ้านโปรตุเกสได้สมรสกับคอนสแตนตินฟอลคอนหรือออกญาวิชาเยนทร์เสนาบดีกรมท่าในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชกระทั่งในช่วงปลายของชีวิตเธอเข้ารับราชการจนได้ตำแหน่งท้าวทองกีบม้าหัวหน้าพนักงานวิเสทกลาง (ครัว) ดูแลของหวานแบบเทศและนำของหวานโปรตุเกสมาเผยแพร่ในกรุงสยามเป็นต้นตำรับขนมตระกูลทองอย่างทองหยิบทองหยอดฝอยทองนั่นเอง

นอกจากนี้ยังมีสวนและศาลาญี่ปุ่นให้นั่งพักผ่อนสบายๆท่ามกลางความร่มรื่นของแมกไม้หลังจากเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาวยุ่นกันจนเหนื่อยถ้าเพื่อนๆมีแพลนมาเที่ยววัดไชยฯพุทไธศวรรย์หรือตระเวนหากุ้งเผาอร่อยๆทานก็อย่าลืมแวะมาที่หมู่บ้านญี่ปุ่นนี้กันด้วยนะเดินดูสนุกได้สาระประโยชน์เพียบแถมมีมุมถ่ายรูปสวยๆอีกต่างหาก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *