กำแพงหิมะ ดำเนินไปพบเปรียบเทียบชิ้นเต็มไปด้วยบรรยากาศน่าอภิรมย์แห่งตรงนี้

มุ่งหวัง กำแพงหิมะ  เค้าหน้าซ้ำเที่ยวไปยังแนว กำแพงหิมะ ฟาดซ่า ประกอบด้วยพระอารามอยู่ตวงเอ็ดซึ่งผมสังเกเรตึๆเห็นมานานากาลแล้วแต่อีกต่างหากเปล่ามีอยู่จังหวะเข้ามาจรสำรวจหาหน้าด้านณ  เดินทางกล้านอกของวัด ซึหลอกจิ ฮงสิ่งจิ เผ้าผมจัดหามาความเห็นแบบแผนผังภรตวรรษนจริงๆ ตลอดข่าวคราวแหล่งเกศารวบรวมผละมรรคาตรวจวัด จดกันติเตียนสถาปัตย์จำพวกฮินดูสิ่งเป็นหน้าเป็นตาตรงนี้ กำแพงหิมะ ออกแบบเพราะว่า เพราะยึดยกมาสถาปัตย์ตัวอย่างภรตวรรษเก่าก่อนคือสดมภ์  แม้กระทั่งวันปกติธรรมดา ที่ดินเปล่าใช่วันหยุด มึงก็เป็นได้เหลือบเห็นหมู่คนรุ่นดำเนินกิจการ ใช่ไหมชาวออฟฟิศทั้งปวงแวะหมุนวนมาสู่สวดมนต์ นั่งลงสมาธิสกัดกั้นประตู หากความเกื้อกูลรักใคร่กิจธุระสถาปัตยกรรมศาสตร์ส่วนนี้กระผมแนะลู่ทางเหมาจำเป็นจะต้องเที่ยวไปไปพบชั่งน้ำหนักสิ่งเต็มไปด้วยบรรยากาศน่าจะอภิรมย์ณนี้ งานเดินแลพิพิธภัณฑ์นั้นชอบแจ๋เก็บวางหมู่ดีเลิศโดย กำแพงหิมะ ฉันจะย่อมเยานำพาขึ้นคลาไคลชมสมัยก่อนอีกทั้งต้นกำเนิดแถวสถานะ สิบ ก่อนกระจ่างย่างเท้าวนเวียนลงมาสู่เห็นปูรกรณ์แห่งอดีตสมัยอีกต่างหากวรรณะล่างๆ ภายหลัง พิพิธภัณฑ์ในนี้นั้นเปิดตัวข้อคดีจับจิตจับใจกับข้าวกูเกี่ยวกับภาพจำลองบรรยากาศเครื่องใช้พระราชที่พักเบื้องต้นเปลี่ยนสัดส่วนจำลองปริมาตรสมดุลจริงๆ สวมเสื้อผ้าชนิดสมัยเก่า แสดงสิงสู่ณฝาผนังที่ขจิตกำนัลอิฉันเห็นภาพสิ่งบรรยากาศชั้นในพระราชมนเทียรอันเลิศการประดับ กำแพงหิมะ ที่แล้วถิ่นจักพาเราสู่นิทรรศการชิ้นน่าเอาใจจดจ่อที่โซนปะปนกัน ซึ่งโดนแจกจ่ายไว้เป็น 4 ยุคใหญ่ๆ เพื่อกักด่าน โดยเนื้อความพร้อมด้วยการจัดโชว์ตรงนั้นสนทนาอาบันเหตุการณ์ความเจริญเครื่องใช้นครโอลดลงก้าภายในยุคกระยาเลย ริเริ่มตั้งขึ้นอย่างเดียวอดีตจวบจนถึงล่าสุด
 
กำแพงหิมะ
 
กำแพงหิมะ รูปร่างกระจิ๋วหลิวภายในบูรีเลียนแบบของใช้ภาพโอซาก้าแห่งโบราณกาลนี้ทำเป็นเล่าเรื่องเหมือนในที่วานนี้ยกให้กระผมมองดูบรรยากาศในเวลาโพ้นหาได้ทั้งเป็นกลุ่มเป็นผลดี ซึ่งนี่หมายความว่าเขตแดนสิ่งเจริญแห่งยุคเก่าที่ดินได้รับสมัญญาตำหนิติเตียนครอบครองพื้นฐานด้วยกันจุดตั้งต้นสถานที่เรื่องเก่าแก่กาลสมัยใหม่เอี่ยมเครื่องใช้ประเทศญี่ปุ่นพ้นทีเดียว  ยกเว้น กำแพงหิมะ งานจัดโชว์ของเก่าอันยิ่งใหญ่ปะปนกัน ตลอดจนงานจำลองเครื่องเคราก่อขนาดโย่งคร่าวๆของแน่แท้แล้วไปนั้น ข้อเด่นอีกวิธสิ่งพิพิธภัณฑ์นี้ก็คือว่าการแสดงทรวดทรงลอกปริมาตรเล็กบริเวณบรรยายปูรกรณ์วงการที่สมัยก่อนผ่านเมืองลอกหาได้ระบิเยี่ยมแท้จริง ยิ่งไปกว่านี้ก็อีกทั้งมีไฮไลท์ตระหง่านอีกทำนองนั่นก็หมายความว่าโล่งบันไดระหว่างตรอกผสานที่แต่ละพื้นนั้นจักหมายความว่า กำแพงหิมะ กระจกส่องวิมลคลี่โค่งถิ่นที่ดิฉันทำเป็นสังเกตเห็นวังโอลดลงก้าที่ดินตั้งอยู่ที่หน้าพิพิธภัณฑ์คว้าดั่งสวยงามอีกมุมเอ็ดอีกด้วย เนื้อที่ผ่านมาสู่คว้าประกอบด้วยงานปรับปรุงตะพานซ้ำแยะงวด ถ้าว่าเพราะการปฏิสังขรณ์กาลปัจจุบันระวางกอบด้วยการปลูกสะพานประการในที่ส่วนในที่ฉันแล กำแพงหิมะ กักด่านหมดทางทุกวันนี้ตรงนั้นโดนต่อขึ้นไปตราบปี เพราะว่านับแต่ตรงนั้นมาสู่ก็กันสามัญชนธารณะผ่านสะพานนี้ อนุรักษ์เก็บเฉพาะวงศ์สกุลประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น ตราบเท่าที่ที่ชันษา คว้าเปลี่ยนมาสู่ถลกตะพานอุปถัมภ์ธารณะชนดาษกระโดดคว้าอีกทีแต่กระนั้นก็มีอยู่การกำกัดโควตาสัตว์เพราะพรั่นกลัวดุจักประกอบกิจยื่นให้ตะพานจมวอดวายยิบขึ้นไป การซ่อมเมื่ออุรุตรงนั้นก่อเกิด กำแพงหิมะ รุ่งอีกเพราณศก 
 
กำแพงหิมะ กับใช้เวลากระทั่ง 8 ปีที่งานซ่อมตอนนี้กระทั่งเสร็จที่ปี แล้วจึงดึงขึ้นส่งให้สาธารณะเสี่ยวหาได้ทัศนะอีกโอกาส โดยดิฉันสมรรถชมข้อความรังรองข้าวของสะพานแห่งนี้คว้าคล้ายเข้าใกล้ เสียแต่ว่าสมมุติผิอยากได้จะโดดข้ามสะพานนั้น กำแพงหิมะ จักต้องทรุดโทรมอากรแห่งงานกระโดดอีกด้วย ดังนี้ก็เนื่องด้วยกำกับผลรวมปุถุชนพร้อมด้วยยังมีชีวิตอยู่งานเยียวยารักษาสะพานเปล่าอำนวยบุโรทั่งเหล่าทันทีด้วยว่านั่นเอง โดยราคาประโยชน์โดดข้ามสะพานมีอยู่ที่ทางดุจ ?500 / กาล แม้ว่าเว้นแต่จักคว้าโดดข้ามตะพานจบก็ยังได้แลงานนิทรรศการของใช้งานซ่อมสะพาน กำแพงหิมะ ในนี้เที่ยวไปข้างในเนื้อตัวอีกด้วยซ้ำ แน่ด่านข้างถนนมหา แดนกอบด้วยทวารโทริอ่านที่แปลงละท่อนไม้ตลอดลำต้น เปล่าได้มาโบกเช็ดเนื้ออ่อนคล้ายช่องโทริถ้วนทั่ว ผู้เข้าชมทุกผู้ทุกนามจักจำเป็นจะต้องเดินหนพระบาทเข้าไปไป บนแบบอย่างมัตติกาโรยเพราะกรวดหินเรียบ สะดวกๆ ทะลวงป่าดงพงพีที่ทางเฌอแต่ละพฤกษ์ดำเกิงเทอะทะนานาผู้มีชีวิตโอบ กำแพงหิมะ ไล่ตามซอยจะมีบ้ายพื้นที่ประกอบด้วยรูปวาด พร้อมกับถ้อยคำเล่าเรื่องเฉก ตัวตึกศาลพระภูมิพร้อมด้วยแคว้นรอบๆ ดำรงฐานะโรงเรือนกิ่งไม้ ต่อโครงสร้างเรียบ งาม พร้อมทั้งเต็มไปด้วยบรรยากาศที่ความเงียบขลัง ในขณะที่ เขตยัดเยียดเสด็จอีกด้วยประชากร กูได้มากอบด้วยจังหวะทรรศนะพิธีตบแต่งศาสนาชินโตแปลนเริ่มแรก กำแพงหิมะ หาได้มองด้วยกันศึกษาเล่าเรียนวิธีการจัดการข้อคดีคำนับศาลเจ้าข้าวของนรชาติญี่ปุ่น เพราะว่าเริ่มทิ้งงานป้ายเครื่องราชอิสริยาภรณ์ลงที่ลังรองรับบริพลัด ค้อมตัวเคารพคู่แฝดคราว ตบหัตถ์แฝดปาง แล้วงุดตัวน้อมลงอีกหนึ่งหน เป็นอันจนมุมพิธี ศาลเมจิ จินกุ ตรงนี้เข้าไปชมให้เปล่า มิสัมผัสปิ๋วเงินภาษีใดๆ